Uncategorized

8 เทคนิคปรับพอร์ตในภาวะวิกฤต

8 เทคนิคปรับพอร์ตในภาวะวิกฤต

 

8 วันทำการที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 137 จุด คิดเป็น 8.8% แต่หุ้นหลายๆตัวปรับตัวลดลงกว่า 20-40% ในระยะเวลาสั้นๆ เรียกได้ว่า “ติดดอยกันถ้วนหน้า” มีคนถามผมเข้ามาเยอะว่าจะปรับพอร์ตยังไงดี? ขายตอนนี้ยังทันมั้ย? เมื่อไหร่ควรจะซื้อหุ้นคืน? ผมเลยรวบรวมเทคนิค 8 ข้อ ง่ายๆแต่ได้ผลสำหรับการรับมือกับตลาดช่วงวิกฤตแบบนี้

1. หลีกเลี่ยงหุ้นที่ไม่มีพื้นฐานรองรับ

แน่นอนว่าตลาดแบบนี้หุ้นที่จะโดนตลาดลงโทษเยอะสุดคือหุ้นที่ไม่มีพื้นฐานรองรับ หุ้นที่ขึ้นมาด้วย story ล้วนๆ กำไรยังตามไม่ทัน (ซึ่งอาจจะสะท้อนอยู่ใน PE ที่สูงลิบลิ่ว หลายตัวเกิน 50-100 เท่า) ในขณะที่หุ้นหลายๆตัวยังไม่มีกำไรด้วยซ้ำ สุดท้ายเราต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง “ความคาดหวัง” (อนาคต) กับ “ความจริง” (อดีต) ว่าอะไรมีผลต่อหุ้นที่เราถือมากกว่ากัน ถ้าหุ้นขึ้นมาเพราะ “ความคาดหวัง” ล้วนๆ แต่ “ความจริง” หรืองบการเงินในอดีตไม่ได้ดีเลย แบบนี้ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

2. หลีกเลี่ยงการใช้ Margin Loan 

วอร์เรน บัฟเฟต์ เคยพูดเตือนหลายครั้งว่า การยืมเงินมาลงทุน อาจจะสร้างหายนะให้กับเราได้ แน่นอนว่าในภาวะตลาดที่ดี หรือสำหรับนักลงทุนที่เก่งมากๆ การใช้ Margin Loan ในจังหวะที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้ แต่สำหรับนักลงทุนอีก 99% การใช้ Margin Loan เป็นการขุดหลุมให้กับตัวเองในภาวะตลาดที่ผันผวนแบบนี้ เพราะถ้าราคาหุ้นลงมามากจนทำให้เราต้อง force sell เราจำเป็นต้องขายหุ้นในเวลาที่ไม่ควรขายที่สุด (และพลาดโอกาสในการซื้อหุ้นในจังหวะที่น่าซื้อที่สุด)

3. ถือเงินสดในระดับที่เหมาะสมกับตัวเรา 

ควรมีเงินในสดในพอร์ตเท่าไหร่ดี? คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่แน่นอน เพราะว่ามันจะขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละคน เงินก้อนที่นำมาลงทุนเราจำเป็นต้องใช้มันมั้ย? ระยะเวลาในการลงทุนนานเท่าไหร่? พอร์ตหุ้นคิดเป็นกี่เปอร์เซนต์ของสินทรัพย์สุทธิของเรา? แต่อย่างไรก็ตามผมแนะนำให้เหลือเงินสดไว้ส่วนหนึ่ง เผื่อไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เราจะได้มีเงินไว้ซื้อหุ้นดีๆในราคาลดพิเศษ นึกภาพ iPhone 7 ในราคาลด 50% สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

4. หาหุ้นใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา 

ยิ่งหุ้นตกยิ่งต้องขยัน (ที่จริงเราควรจะขยันมาตั้งแต่หุ้นยังไม่ตกแล้ว) ราคาหุ้นในภาวะวิกฤตแบบนี้ มักจะอยู่ในระดับที่เหมาะสม Downside มักไม่เยอะแล้ว ถ้าเรามีระยะเวลาในการลงทุนที่นาน การซื้อหุ้นในภาวะตลาดแบบนี้ก็จะเป็นโอกาสทองในการลงทุน ถ้าหาหุ้นไม่ทัน เราอาจจะนัดรวมกลุ่มกันเพื่อแชร์ไอเดียการลงทุน ช่วยกันแบบนี้ รับรองมีไอเดียเด็ดๆตรึม

5. ทยอยซื้อหุ้นถ้า Downside ไม่เยอะ

ตลาดขาลงอย่าพึ่งไปหวัง Upside มาก เราควรจะมอง Downside เป็นหลัก และที่สำคัญเราควรจะ “ทยอย” ซื้อหุ้น แน่นอนว่าการทำแบบนี้อาจจะทำให้เราเสียโอกาส ถ้าหุ้น rebound ขึ้นมาแรง แต่มันจะปลอดภัยกว่าถ้าตลาดยังผันผวนแบบนี้ การเล็งเพื่อซื้อหุ้นในจุดต่ำสุด เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก แต่การทยอยซื้อหุ้นจะช่วยให้เราบริหารความเสี่ยงได้ดีกว่า

6. หลีกเลี่ยงการซื้อขายหุ้นโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

“ถ้าใช้อารมณ์ในการลงทุน เรามักจะทำอะไรโง่ๆเสมอ” บัฟเฟต์ไม่ได้กล่าวไว้ แต่ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่โคตรจริง นักลงทุนระดับโลกเก่งๆหลายๆคนถึงกับตั้งกฏให้กับตัวเองเลยว่า จะไม่ซื้อหุ้น นอกจากจะวางแผนมาล่วงหน้าแล้วเท่านั้น วิธีนี้ทำให้เราห่างจาก “อารมณ์” และใช้ “เหตุผล” มากขึ้น ผลตอบแทนก็จะดีขึ้นเช่นกัน

7. เผื่อใจไว้บ้าง เพราะบางครั้งมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด 

บางครั้งความไม่มีเหตุผลของตลาด อาจจะมีผลต่อราคาหุ้นมากกว่าที่เราคิด นักลงทุนหลายท่านชอบคิดว่า “ราคาหุ้นนี้โคตรถูก ใครไม่ซื้อก็บ้าแล้ว” แต่หุ้นกลับลงมาต่ออีก 30-40% ที่พลาดอาจจะเป็นเพราะเราประเมินมูลค่าผิด มองหุ้นไม่ขาด หรืออาจจะมองถูกแล้วแต่ตลาดและ Mr. Market อาจจะทำตัวแบบไม่มีเหตุผลจนเกินไป แต่ไม่ว่าจะออกมาแบบไหน เราต้องเผื่อใจไว้บ้าง เพราะมันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นสูงในภาวะตลาดแบบนี้

8. นั่งสมาธิทุกๆวัน  

การผันผวนของราคาแบบนี้ทำให้เกิดความเครียด อารมณ์กลัวที่จะเสียเงิน กลัวหุ้นจะ rebound สิ่งเหล่านี้ทำให้เราตัดสินใจลงทุนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ นักลงทุนเก่งๆระดับโลกหลายคนใช้การนั่งสมาธิเพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้เฉียบขาดขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังทำให้เราผ่อนคลาด เครียดน้อยลง ทำให้เรามีความสุขและดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องมานั่งดูพอร์ตตลอดเวลา

ส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่า “ในวิกฤต ทุกครั้งมีโอกาส” เซียนหุ้นทั้งหลายคนก็เกิดจากวิกฤตทั้งนั้น แต่วิกฤตก็เป็นบททดสอบที่จะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองในฐานะนักลงทุน ให้เก่งขึ้น ขยันขึ้น แข็งแกร่งไม่หวั่นไหวต่อภาวะภายนอกมากขึ้น ไม่ว่าเราจะกำไรหรือขาดทุน อย่าปล่อยให้วิกฤตตรงนี้มันผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เก็บเกี่ยวบทเรียนที่สำคัญให้กับตัวเอง แล้วสุดท้ายกำไรอย่างยั่งยืนจะอยู่กับเรา

Comment