Uncategorized

สุขภาพคุณมีค่าเท่าไหร่?

Money vs health

ถ้ามีคนจะให้เงินคุณพันล้าน แลกกับการเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายคุณจะเอามั้ย?

ผมเชื่อว่าทุกคนคงตอบได้ทันทีว่า “ไม่” แต่น่าประหลาดใจ ที่ในชีวิตจริงเรากลับทำตรงกันข้าม

เราทำงานหนักทั้งชีวิต ยอมเครียด นอนน้อย กินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย กินอาหารขยะ เพียงเพื่อจะได้เงินเยอะๆ เก็บไว้รักษาตัวเองตอนป่วย เรากลัวว่าเราจะไม่มีเงินรักษา แต่แค่เราดูแลสุขภาพของเราให้ดี เราก็สามารถห่างไกลจากโรคนี้ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ถูกว่า ง่ายกว่า และได้ผลมากกว่าด้วย (เป็นการรักษาที่ “ต้นเหตุ” ต่างกับการรักษาแบบ “ปลายเหตุ” ในแพทย์แผนปัจจุบัน)

ถึงแม้มะเร็งจะเป็นโรคที่น่ากลัว แต่ก็เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ผมปฏิเสธไม่ได้ว่ากรรมพันธุ์มีส่วน แต่เท่าที่ผมศึกษาจากบทวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ถ้าเราดูแลเซลล์ในร่างกายของเราให้ดี หลีกเลี่ยงพฤติกรรมแบบ “มะเร็งถามหา” ถึงแม้จะมียีนส์มะเร็ง โอกาสที่จะเกิดก็จะลดลงเยอะมาก

ผมเองเริ่มหันมาดูแลสุขภาพหลังจากที่เริ่มเห็นญาติและคนรู้จักเสียชีวิตจากโรคร้ายนี้เยอะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้มีแต่คนอายุเยอะๆแล้ว ผมมีคนรู้จักที่อายุ 20 ปลายๆถึง 30 ต้นๆเสียชีวิตเช่นกัน มันใกล้ตัวกว่าที่ผมคิด ทำให้ผมเริ่มศึกษาหาข้อมูลแนวทางการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรค

ผมเองไม่ใช่หมอ แต่โชคดีที่มีคุณหมอเก่งๆดีๆที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลดีๆ ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก เลยอยากจะเอามาแบ่งปันกัน

  • จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2555 (อันนี้ใหม่ที่สุดแล้ว ตีพิมพ์ปี 2557) ผู้ชายไทย ป่วยเป็นมะเร็งปอดอันดับ 1 รองลงมาคือมะเร็งลำไส้/ทางเดินอาหาร และมะเร็งตับ ส่วนผู้หญิง อันดับหนึ่งคือมะเร็งเต้านม รองลงมาคือมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้และทางเดินอาหาร
  • อาหารเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ปัจจุบันเรากินอาหารแปรรูปเยอะมาก แต่ไม่ได้กินอาหารที่มาจากธรรมชาติเลย ที่จริงแล้วมษุษย์จะมีสุขภาพที่ดีแข็งแรง ต้องทานพืชผักและผลไม้เยอะถึง 50% ของอาหารที่รับประทาน แต่ลองนึกดูนะครับ ว่าคุณกินผักผลไม้สดๆเยอะขนาดนั้นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
  • พอไม่ได้กินอาหารจากธรรมชาติที่เต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร ก็ทำให้ไม่ได้ถ่ายท้อง ปรกติแล้วน้อยที่สุดคนเราควรจะต้องถ่ายอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง แต่มีหลายๆคนที่อาทิตย์นึงถ่ายแค่ 1-2 ครั้ง ทำให้ของเสียเข้าไปหมักหมมอยู่ในลำไส้ เกิดเป็นสารพิษซึมเข้าสู่ร่างกาย เป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้และระบบทางเดินอาหาร ส่วนตัวผมจะเอาพวกผักและผลไม้สดปริมาณเยอะๆมาปั่นทั้งกาก ทานอาทิตย์ละ 5-6 แก้ว (ถ้าให้ดีควรจะทานอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว เช้าเย็น) แบบนี้ก็สะดวกดี ถ้าจะกินผักให้ได้เยอะขนาดนั้นคงเคี้ยวกันจนเมื่อยปาก
  • ลดการบริโภคนำ้ตาล ปรกติร่างกายคนเรามีน้ำตาลอยู่ครึ่งช้อนชา แต่น้ำอัดลมกระป๋องนึงมีน้ำตาลอยู่ 8 ช้อนชา น้ำ ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่กินหวานมากที่สุดในโลกประเทศนึง ขนมก็หวาน น้ำก็ต้องกินหวานๆ น้ำตาลในเลือดที่สูงทำให้ระดับ insulin สูงขึ้น เป็นที่มาของโรคเบาหวานและโรคอ้วน ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น (โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง มักจะมาพร้อมๆกัน เพราะอาการของโรคหนึ่งจะส่งผลในเชิงลบต่ออีกอัน)
  • ฝึกสมาธิ ปฏิบัติธรรม ความเครียดและผลกระทบด้านจิตใจมีผลโดยตรงต่อร่างกาย เคยสังเกตมั้ยครับว่าคนที่ป่วยเป็นมะเร็งส่วนมาก พอรู้จากหมอว่าเป็นมะเร็ง อาการกลับทรุดหนักอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ผ่านมาก็ยังใช้ชีวิตปรกติ ถ้าเราไม่รู้จักฝึกสติ ปล่อยวาง พร้อมรับมือกับความตายไว้ล่วงหน้า จิตใจของเราจะเป็นศัตรูที่ร้ายการที่สุดในการต่อกรกับโรคนี้
  • การออกกำลังกายจะทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ ระบบต่างๆก็จะทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดเราควรออกกำลังกายวันละ 30 นาทีอย่างน้อย 5 วัน สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาแค่ยืนแกว่งแขนขณะดูทีวีก็น่าจะมีประโยชน์แล้ว

ผมเองก็บอกไม่ได้ว่าถ้าเราดูแลตัวเองแล้วจะไม่เป็นมะเร็ง ชีวิตคนเราไม่แน่นอน แต่ถ้าเราดูแลสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้างให้ดีที่สุด เพราะถ้ามันโชคร้ายขึ้นมา ก็จะได้ไม่ต้องเสียใจเพราะเราทำดีที่สุดแล้ว แต่อย่างน้อยก็จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับโรค และมีโอกาสรอดได้มากขึ้นกว่าไม่ได้ดูแลตัวเองเลย

แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะครับ? ดูแลตัวเองเลยตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้หมอมาบอก แล้วมันจะสายเกินไป

มีหลายสิ่งที่สำคัญกว่าเงินพันล้าน

Road to Billion by บอล ภาคย์ภูมิ

Comment