การใช้ชีวิต

ไม่เที่ยวอ่ะ มันเปลืองตังค์

travel

ผมเป็นคนใช้เงินไม่เยอะ แถมใช้เงินซักทีก็คิดแล้วคิดอีกจนครบทุกกระบวนท่าก่อนจะตัดสินใจในแต่ละครั้ง เวลาคนชวนไปเที่ยวไหนไกลๆก็มักจะปฏิเสธไว้ก่อนเพราะรู้สึกว่ามัน “เปลือง” ถึงแม้จะอยากไปแค่ไหน แต่ก็รู้สึกว่าอยากจะเก็บเงินเอาไว้เพื่อลงทุนมากกว่า ไว้สร้างอนาคต อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ผู้ใหญ่เค้าสอนไว้
จนมีอยู่ครั้งหนึ่งคนใกล้ตัวผม (ที่ชวนผมไปเที่ยวบ่อยที่สุด) เคยถามว่า
“บอลไม่ไปเที่ยวเพราะอยากจะเก็บเงิน ถามหน่อยสิ… แล้วจะเก็บเงินไปเยอะๆทำไม?”

“ก็เก็บไว้ลงทุนไง… รู้มั้ยว่าเงิน 100,000 บาทในวันนี้อีก 10 ปีข้างหน้ามูลค่าจะเป็นเท่าไหร่?”

“เท่าไหร่ล่ะ?” เธอถามแบบประชดนิดๆ

“ถ้าคิดผลตอบแทนปีละ 15% เงินต้นแสนเดียวจะกลายเป็นสี่แสนกว่าบาทเลยนะ ผลตอบแทนจริงๆอาจจะมากกว่านั้น เงินแสนอาจจะกลายเป็นเงินล้านเลยรู้มั้ย?” ผมตอบแบบตื่นเต้นสุดๆ ทุกครั้งเวลาสอนวิชา Road to Billion แล้วจะคิดไปเองว่าตัวเองเท่ห์มากๆ

“เหรอ..” เธอตอบแบบไม่มีอารมณ์ร่วม

“แล้วจะหาไปเยอะๆไปทำไมล่ะ?”

“อ้าวแค่นี้ไม่รู้เหรอ ก็เพื่อจะได้มีอิสระทางการเงินไง Financial Freedom น่ะ รู้จักมั้ย?” ผมเริ่มหงุดหงิด สงสัยว่าแค่นี้ทำไมไม่เข้าใจ

“ถ้ามี Financial Freedom แล้วยังไงต่อ?”

“ก็ไม่ต้องทำงานอีกแล้วไง เป็นความใฝ่ฝันเลยนะ มันเจ๋งมากๆเลย​”

“อ้าว… ไม่ต้องทำงานแล้วบอลอยากจะทำอะไรล่ะ?”

“เยอะแยะเลย… ก็ไปกิน ไปเที่ยว เดินทางไปในที่ๆเราอยากไปไง”

“อืม…​” เธอยิ้มกระหยิ่มแบบผู้ชนะ
ชีวิตคนเราหลายครั้งสับสนระหว่าง Mean goals ซึ่งก็คือเป้าหมายระหว่างทางเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่และสำคัญกว่า เช่น การหาเงินให้ได้เยอะๆ การมีอิสรภาพทางการเงิน มีรายได้โดยไม่ต้องทำงาน และ End goals ซึ่งก็คือเป้าหมายที่แท้จริง เช่น การได้ไปเที่ยวรอบโลก การได้มีเวลาอยู่กัับครอบครัว การนอนอ่านหนังสืออยู่บ้าน

หลายๆคนพยายามใช้ชีวิตแบบหนูปั่นจักรเพื่อที่จะหาเงินให้ได้เยอะๆ พยายามไปให้ถึง ​Mean goals ให้เร็วที่สุด เพื่อที่สุดท้ายแล้วจะได้เสพสุขกับ End goals ในบั้นปลายของชีวิต

แต่บางคนก็ทุ่มเทมากเกินไปกับการหาเงิน จนไม่มีเวลาที่จะใช้เงิน แล้วก็บอกกับตัวเองและคนที่เรารักว่า “รอก่อนนะจ๊ะ” รอให้พร้อม รอให้ถึงเวลา รอให้มีเงินพอ รอ รอ รอ…

แต่ถ้าคิดเล่นๆนะ สมมติว่าวันนั้นมันมาไม่ถึง… เราเกิดเดินข้ามถนนแล้วโดนสอยติดหน้ารถเมล์ หรือไปตรวจสุขภาพประจำปีแล้วคุณหมอใจดีบอกกับเราว่า “ผมมีข่าวร้ายจะบอกคุณ”

แต่ถ้าเราโชคดีพอที่ “วันนั้น” มาถึง วันที่เรา “พร้อม” คนที่เราอยากพาไปเที่ยวอาจจะไม่อยู่พร้อมหน้ากับเราแล้ว ร่างกายเราอาจจะโรยราแค่เดินไปๆมาๆก็หอบแล้ว

เราสูญเสียทุกอย่างใน “วันนี้” เพื่อแลกกับ “วันนั้น” ที่เรารอคอย แต่ชีวิตกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด

แล้วชีวิตเราจะเหลืออะไร?

เหลือเงินเยอะๆที่ไม่รู้จะไปซื้ออะไร เหลือวันเวลามากมายที่ไม่รู้จะเอาไปใช้กับใคร เหลืออิสรภาพที่จะไปใช้ชีวิตในโลกกว้าง แต่กลับต้องอยู่ท่ามกลางคนที่เราไม่รู้จัก

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ชีวิตเราจะน่าเศร้าแค่ไหน… ลองคิดดู

เพราะฉะนั้น “ชีวิต ใช้ซะ…​” อย่าลีลา เดี๋ยวมันจะมาไม่ถึงเรา

ด้วยรักและพันล้าน

Road to Billion

Comment