การลงทุน การใช้ชีวิต จิตวิทยาความมั่งคั่ง

5 ข้อปฏิบัติเวลาตลาดหุ้นวิบัติ

Rainbow after the rain

1. เรียกสติ เรียกสตางค์ การตัดสินด้วยอารมณ์รุนแรง (ไม่ว่าจะเป็นโลภ โกรธ​ หรือกลัว) มักจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ดีซักเท่าไหร่ ถ้าไม่เชื่อก็ลองนึกถึงการตัดสินในชีวิตของเราที่ผ่านมาดูครับ ดูว่ามันดีหรือแย่ยังไง? สภาวะตลาดแบบนี้มีโอกาสสูงที่เราจะผันผวนและอ่อนไหวไปตามอารมณ์ของตลาด ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือเราต้องรักษา “สติ” ไว้ให้ได้ ถ้าเราเครียดมากก็ไปพักซักนิด ใครไม่เคยนั่งสมาธิตอนนี้ก็อาจจะเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นฝึก ถ้าเราไม่รู้จะทำยังไงก็อาจจะปล่อยวางปัญหาลงบ้าง การแบกมันอยู่บนหลังตลอดเวลาไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีเลย

2. มองหา “โอกาส” ใน “วิกฤต” สิ่งที่ดูเหมือนการลงโทษจากเบื้องบนอาจจะแฝงไปด้วยโอกาสอันมีค่ามากมาย ถามตัวเองว่าเราได้เรียนรู้อะไร? ผมรู้ว่าตอนนี้ทุกคนคงจะทำใจได้ยาก แต่ลองคิดดูครับ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันดีกับเราอย่างไร? มันอาจจะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้หาความรู้เพิ่มเติม ทำให้เราเรียนรู้จุดอ่อนของสไตล์การลงทุนเรา ทำให้เราเข้าใจ “อารมณ์”​ และข้อผิดพลาดของตัวเราเองได้ดีขึ้น ทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่สำคัญในชีวิตคืออะไร

3. เก็บเงินทุนสำรองไว้ใช้ในสิ่งที่จำเป็น ถ้าเงินก้อนที่เราลงทุนเป็นเงินที่เรา “เสียไม่ได้” หมายถึงมันมีผลต่อการดำเนินชีวิตของเราและครอบครัว เช่นเงินการศึกษาของลูก เงินค่ารักษาพยาบาลของพ่อแม่ (ส่วนตัวผมไม่แนะนำให้เงินที่จำเป็นต้องใช้ในอนาคตมาลงทุนอยู่แล้ว) เราอาจจะจำเป็นต้องขายหุ้นบางส่วนออกไปเพื่อเก็บเงินในส่วนนั้นไว้ เงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็มีหลายอย่างที่สำคัญกว่าเงิน เงินหมดไปแล้วอาจจะหาใหม่ได้ แต่บางสิ่งไม่ว่ามีเงินซักกี่พันล้านก็ไม่สามารถซื้อคืนมาได้

4. เอาตัวรอดให้ได้ อันนี้สำคัญที่สุดๆๆๆๆๆ คนที่ใช้ Margin Loan ควรขายหุ้นเพื่อลดโอกาสการเกิด Force Sell (บังขับขาย) ผมรู้ว่าคงจะไม่มีใครอยากขายราคานี้้ แต่ถ้ามองกันตรงไปตรงมา การที่เราขายบางส่วนดีกว่าเราโดนบังคับขายทั้งหมด ใครที่ผ่านวิกฤตรอบที่ผ่านมาโดยใช้ Margin คงเข้าใจดี รอดได้ก็กลายเป็นเซียน แต่ถ้าโดนเกรียนซะก่อนก็จะกลายเป็นแค่ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจำได้

5. จงทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่เราทำได้ (โปรดทราบ… การจ้องราคาทุกวันไม่ใช่การกระทำดีที่สุด) เราควรมองเหตุการณ์นี้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ โอกาสในการทบทวบหุ้นที่เราถืออยู่ เป็นโอกาสที่เราจะได้ตกผลึกทางความคิด แต่ถ้าเรามีเงินสดอยู่บ้าง ก็อาจจะซื้อเพิ่มได้ ถ้าไม่มีแล้วเราอาจจะขายหุ้นที่เราคิดว่ามี Upside น้อยกว่าไปหาหุ้นที่มี Upside มากกว่า สำหรับคนที่ไม่มี Margin อยู่แล้ว อาจจะลองพิจารณาดูได้ บางคนอาจจะใช้อนุพันธ์เป็นทางเลือกใหม่ๆ​ (แต่สำหรับ Margin และอนุพันธ์ ผมอยากจะแนะนำสำหรับคนที่มีประสบการณ์ระดับหนึ่งเท่านั้น การใช้เครื่องมือที่เราไม่รู้จักเท่ากับเป็นถือมีดที่ปลายแหลม ยิ่งใช้จะยิ่งบาดมือเอา)

สุดท้ายแล้วขอให้ทุกคนมี สติ สตางค์ และที่สำคัญผมขอให้ทุกคนมีความสุขในทุกวันครับ วันนี้มืดพรุ่งนี้ก็สว่าง พระอาทิตย์ตกก็มีขึ้น อย่าลืมว่ามีคนลำบากกว่าเราอีกมาก วันนี้เรามีข้าวกิน มีที่คุ้มหัวนอนก็สุขหลายแล้ว ขอให้โชคดีครับ

ด้วยรักและพันล้าน
Road to Billion

Comment