จิตวิทยาความมั่งคั่ง

ตั้งเป้าสู่พันล้าน

Image
รู้มั้ยครับว่าการตั้งเป้าหมายที่ดีไม่ได้ช่วยแค่ทำให้คุณมีเงินเก็บมากขึ้น แต่ทำให้เรามีความสุขมากขึ้นด้วย เพราะทุกๆวันเราจะรู้สึกว่าเรากำลังขยับเข้าไปใกล้เป้าหมายเรามากขึ้น เราจะรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายมากขึ้น

แต่คนส่วนมากที่ไม่ประสบความสำเร็จมักจะมีปัญหาอยู่สองข้อครับ

ข้อ 1 ไม่กล้าที่จะฝัน

ข้อ 2 ไม่รู้จักการตั้งเป้าหมายที่ถูกวิธี

สองส่ิงนี้เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดที่ยับยั้งไม่ให้คนเราเติบโต บางคนไม่กล้าฝัน บางคนกล้าฝันแต่ตั้งเป้าหมายไม่เป็นก็เลยปล่อยให้ความฝันเหล่านั้นเหี่ยวเฉากลายเป็นแค่ “ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง”

แล้วการตั้งเป้าหมายที่ถูกต้องควรทำอย่างไร?

หลักที่สำคัญที่สุดคือเราต้องตั้งเป้าหมายที่เราสามารถ “รู้สึกได้” ผมเน้นที่ความรู้สึกเพราะมันเป็นสิ่งสำคัญ เป้าหมายเราต้องเป็นอะไรที่ “ใหญ่พอ” ที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นเวลาลงมือทำ แต่ควรจะ “ไม่ใหญ่เกินไป” จนเราแอบคิดลึกๆในใจว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ ผมไม่ได้บอกว่าห้ามตั้งเป้าหมายใหญ่ๆนะครับ ผมเชื่อมั่นว่าความสามารถของมนุษย์เราไม่มีขีดสุดอยู่แล้ว แต่คนเรามี “พลังของความเชื่อ” ที่แตกต่างกันครับ ตอนแรกเราควรจะตั้งเป้าหมายที่เรา “เชื่อ” ว่าทำได้ก่อน แล้วพอเราทำได้สำเร็จเราก็จะมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น ทำให้เรากล้าที่จะฝันใหญ่ขึ้น

เคล็ดลับที่คนทั่วไปมักไม่ค่อยรู้อีกอย่างนึงคือ

“เหตุผลที่เราอยากจะทำเป้าหมายให้เป็นจริง สำคัญไม่แพ้เป้าหมาย”

ในการเดินทางไปสู่เป้าหมายเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจออุปสรรคครับ เราอาจจะท้อ อาจจะเหนื่อย เหตุผลอันแรงกล้านี่แหล่ะครับจะช่วยให้เราเดินหน้าต่อไปได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราตั้งเป้าว่าจะมีเงิน 20 ล้าน เราต้องตอบให้ชัดเจนว่าเงินก้อนนั้นมีความหมายอย่างไรและสิ่งนั้นจะทำให้เรา “รู้สึก” อย่างไรเมื่อได้มันมา สำหรับบางคนอาจจะหมายถึงการได้มีอิสระภาพในการทำงานที่ตัวเองรัก (ทำให้รู้สึกถึงทางเลือกในชีวิต รู้สึกว่าเราเป็น “เจ้าของชีวิต” ของเราเอง) การได้มีเวลาอยู่กับลูกๆและครอบครัวมากขึ้น (รู้สึกอบอุ่นมีความสุข) การได้มีเงินช่วยเหลือบุพการีขอเรา (รู้สึกได้ตอบแทนบุญคุณ) สิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้เราไปถึงฝันเราได้เร็วขึ้น

พร้อมหรือยังที่จะตั้งเป้าหมายสำหรับปีนี้ครับ? ผมเรียบเรียงขั้นตอนง่ายๆในการตั้งเป้าหมายที่ได้ผลให้ได้อ่านกัน ผมได้เรียนรู้วิธีนี้มาจาก แอนโทนี่ ร็อบบิ้น ปรมาจารย์ด้านจิตวิทยาและการพัฒนาตนเองของโลก และนำมาปรับปรุงให้เข้ากับจริตของคนไทยมากขึ้น ตัวผมเองได้มีโอกาสลองใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อตั้งเป้าหมายเป็นร้อยครั้งแล้ว และทุกครั้งผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่พึงพอใจครับ

8 ขั้นตอนง่ายๆกับการตั้งเป้าหมายให้ได้ผล

ก่อนอื่นต้องหาสถานที่เงียบๆที่ไม่มีใครมารบกวนเราได้อย่างน้อย 30 นาที ปิดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ (หรือเอาออกไปให้ไกลๆ) เตรียมกระดาษกับปากกาสำหรับจด (ใช้คอมก็ได้นะครับ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวใช้กระดาษได้ผลดีกว่าครับ) อยากให้ลองอ่านให้ครบทุกข้อก่อนแล้วค่อยลงมือทำ

  1. หลับตา ทำสมาธิ อยู่กับลมหายใจประมาณ 3 นาทีโดยไม่ต้องคิดอะไร อันนี้จะเป็นการเตรียมความรู้สึกให้พร้อม เป็นการเคลียร์จิตใจให้ความคิดแล่นผ่านปลายปากกาได้ดีขึ้น
  2. นึกถึงความสำเร็จที่เราทำได้ในปีที่ผ่านมาอย่างน้อย 5 ข้อ (ยิ่งมากยิ่งดี) และเขียนมันลงไป สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นอะไรที่เรารู้สึกกับมันจริงๆนะครับ เป็นอะไรที่เราแคร์ เป็นอะไรที่เราภูมิใจจริงๆ พอเขียนเสร็จลองอ่านทวนแล้ว “รู้สึก” ถึงความสำเร็จเหล่านี้ (ใช้เวลาอย่างน้อย 5 นาที)
  3. ความนี้เขียนถึงเป้าหมายที่เราอยากจะให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา อะไรก็ได้ครับ สมมติว่าเราไม่มีข้อจำกัดใดๆเลยในชีวิต ตอนนี้ยังไม่ต้องเน้นคุณภาพ เน้นปริมาณก่อนครับ เขียนให้ได้เยอะที่สุด (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) สำหรับนักเรียนนักศึกษาหรือคนที่ไม่เคยทำแบบฝึกหัดแบบนี้มาก่อนอาจจะนึกไม่ค่อยออกนะครับ ผมแนะนำให้ลองคิดดูเล่นๆว่าเราอยากจะมีอะไร อยากจะทำอะไร อยากจะเป็นอะไร ทั้งในเรื่องการเงิน สุขภาพ ความรัก ครอบครัว ความฝัน การเดินทาง การเรียนรู้ อะไรก็ได้ครับที่เราอยากจะทำ สนุกๆครับ
  4. ไล่ดูเป้าหมายของเราในแต่ละข้อและกำหนดระยะเวลาที่เราอยากจะทำให้สำเร็จของแต่ละเป้าหมาย 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี (ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที)
  5. เลือกเป้าหมายที่มีกำหนดระยะเวลาภายใน 1 ปีมา 3 ข้อ อยากให้เลือกเป้าหมายที่เรารู้สึกสนุกกับมัน ยิ่งเป้าหมายตื่นเต้นเร้าใจเท่าไหร่ เรายิ่งไปถึงเป้าหมายนั้นได้เร็วขึ้น
  6. เขียนอธิบายสั้นๆว่า​“ทำไมเราถึงอยากจะทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริง?” อันนี้อยากให้เขียนให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้ครับ เน้นๆครับ อยากให้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆเวลาเขียน
  7. เขียนหรือพิมพ์เป้าหมายนั้นแล้วแปะไว้ในจุดที่เราสามารถมองเห็นได้บ่อยๆ อันนี้สำคัญมาก ส่วนตัวแล้วผมจะแปะไว้ที่หน้าโต๊ะทำงาน แต่หน้าห้องน้ำหรือประตูห้องนอนก็เป็นไอเดียที่ดีครับ
  8. ทบทวนเป้าหมายเหล่านั้นทุกๆวัน และทุกๆสิ้นเดือนต้องใช้เวลามานั่งคิดว่าเป้าหมายนั้นยังเป็นส่ิงที่เราอยากได้อยู่มั้ย ถ้าไม่ใช่ก็เปลี่ยนให้เหมาะสม ไม่มีความจำเป็นต้องยึดติดอยู่กับเป้าหมายที่เราไม่ได้อยากทำแล้ว หรือเราอาจจะมีเป้าหมายใหม่ที่ดูน่าสนุกกว่า การตั้งเป้าหมายที่ดีเราต้องรู้จักยืดหยุ่น

ตอนนี้ทุกคนรู้วิธีการตั้งเป้าหมายแบบได้ผลไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่แยกแยะระหว่าง “คนสำเร็จ” กับ “คนเกือบสำเร็จ” ก็คือการลงมือทำครับ ถ้าคุณทำได้อย่างที่ผมพูดทุกข้อ (โดยเฉพาะข้อสุดท้าย) คุณจะแปลกใจกับผลลัพธ์ที่ได้ มีคนทำได้มาเยอะแล้วครับ ผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกทุกคนรู้จักเคล็ดลับเหล่านี้ บัฟเฟต์ก็ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นมหาเศรษฐีตั้งแต่เด็กๆ รวมถึงตัวของ แอนโทนี่ ร็อบบิ้น เองถึงแม้มีพื้นเพมาจากครอบครัวที่ยากจน แต่ก็สามารถผลักดันตัวเองจนกลายเป็นเศรษฐีหลายร้อยล้านเหรียญจากการทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักด้วยการตั้งเป้าหมายที่ถูกวิธีครับ

ได้เวลาวางแผนสำหรับสำหรับอนาคตของเราแล้วครับ เวลาเราเดินป่าเรายังต้องมีเข็มทิศ ขับรถก็ต้องมีแผนที่ แล้วชีวิตเราจะไม่มีเป้าหมายได้ยังไงครับ

ด้วยรักและพันล้าน

Road to Billion

ปล.ยังไม่ต้องเชื่อสิ่งที่ผมบอกนะครับ ผมอยากให้ลองทำดูครับ ถ้าไม่ได้ผลก็แค่เสียเวลา 30 นาทีเอง เราใช้เวลาไปกับการดูละคร ดูยูทูบ เล่นเฟสบุ๊ค แชทกับเพื่อนมากกว่านั้นเยอะเลยครับ

Comment